วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ทำอย่างไร ..... มีเงินใช้ก่อนวัยชรา สร้างความมั่งคั่ง มั่นคงให้ชีวิต


ทำอย่างไร ..... มีเงินใช้ก่อนวัยชรา

สร้างความมั่งคั่ง มั่นคงให้ชีวิต
               บรรยายโดย ...ชูลิต วัชรสินธุ์

 1.     เกริ่นนำ  ผมไม่ใช่กูรู แต่อยากเล่าประสบการณ์ของตนเองให้ฟัง
 2.     พลิกฝ่ามือ ดูลิขิตฟ้า ตรวจสอบบุญเก่า
 3.     อยากรวย ทำบุญแล้วรึยัง
 4.     อยากให้ตัวเองเป็นแบบไหน
 5.     ชีวิตคนทั่วไป  มี 2 ขา คือ รายได้ หนี้
 6.     อยากสบายต้องวางแผนให้เงินทำงาน
 7.      เป็นหนี้แบบไหนดี
 8.    วางแผนผ่อนหนี้อย่างไร
 9.    การตั้งเป้าหมายทางการเงิน
        อ่านต่อได้ที่นี่ 


วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560

คุณหญิงโฉมศรี เล่าให้ฟัง ม.ล.ชูชาติ กับเขื่อนภูมิพล #บทความ

         คุณหญิงโฉมศรี ภริยา ม.ล. ชูชาติ กำภู ได้เล่าเรื่องราว ม.ล. ชูชาติ กับเขื่อนภูมิพลที่บ้านพัก จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เพื่อนำมาถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้รับรู้เรื่องบางมุมที่เกิดขึ้นในอดีต

          ก่อนจะเล่าถึง ม.ล. ชูชาติ กับเขื่อนภูมิพล คงต้องเริ่มต้นตั้งแต่เขื่อนชัยนาท (เขื่อนเจ้าพระยา) ที่เกิดขึ้นจากการพูดคุยระหว่าง ม.ล. ชูชาติ กับจอมพล ป.พิบูลสงคราม ในงานทอดกฐินพระราชทานที่วัดบวรนิเวศวิหาร ระหว่างรอเข้าเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เรียก ม.ล. ชูชาติ มาสอบถามเกี่ยวกับโครงการชลประทานว่ามีโครงการอะไรบ้างที่พัฒนาให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ซึ่ง ม.ล. ชูชาติ ได้กล่าวถึงเขื่อนชัยนาท ว่าเป็นเขื่อนที่มีประโยชน์ต่อการเพาะปลูกข้าวในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในการเพาะปลูกอย่างเพียงพอ จอมพล ป. จึงได้มีบัญชาให้ ม.ล. ชูชาติ ไปทำรายละเอียดมาเสนอ  อ่านต่อได้ที่นี่   https://drive.google.com/file/d/0B0czlSTNy-EJeFBSeGltSHNPNzg/view?usp=sharing&resourcekey=0-c4c2qkTSKU48l5x5W_ddJQ

๕๐ ปี เขื่อนภูมิพล ระลึกถึง ม.ล. ชูชาติ กำภู ปูชนียบุคคลงานวิศวกรรมไทย #บทความ

..ชูชาติ กำภู (..๒๔๔๘-๒๕๑๒) สร้างสรรค์ผลงานเพื่อประเทศชาติไว้มากมาย อันสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่แหลมคม รอบด้าน ยาวไกล เป็นอดีตอธิบดีกรมชลประทาน อธิการบดีมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ ที่ปรึกธนาคารโลกด้านวิศวกรรมชลประทานและการเกษตร ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานงานพัฒนาแหล่งน้ำของประเทศไทย เป็นบิดาของเหล่าชลกรหรือวิศวกรชลประทาน เป็นวิศวกรผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ ผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์อันยาวไกล ผสานความซื่อสัตย์สุจริตอย่างที่จะหาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน อันเกิดจากศรัทธาสูงสุดที่จะทำการใดเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง  ม.ล.ชูชาติ กำภู เป็นปูชนียบุคคลของวงการวิศวกรรม ที่อนุชนรุ่นหลังควรยืดถือเป็นแบบอย่าง

วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

ทำงานอย่างมืออาชีพ #บทความ

     มืออาชีพ คำนี้ฟังดูแล้วน่าศรัทธา น่าชื่นชม ทุกคนต่างก็อยากเป็นมืออาชีพ แต่เรามักจะได้ยินเสมอว่าคนไทยไม่ค่อยเป็นมืออาชีพ แต่คนตะวันตกหรือที่เราเรียกว่า ฝรั่ง (ซึ่งเป็นคำมาจากคำว่า France) มีความเป็นมืออาชีพสูงกว่าในหน้าที่การงานด้านต่างๆ คำถามต่อมา คือ คนไทยเป็นมืออาชีพไม่ได้หรือ? บางท่านทำงานเป็นมือปืนรับจ้างหรือที่เรียกว่า Freelance มีคนมาจ้างทำงานมากมาย ก็คิดว่าตนเองเป็นมืออาชีพ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะว่าความเป็นมืออาชีพควรจะมีมาตรฐานในระดับสากล เหมือนเช่นหลายบริษัทที่ชอบอวดอ้างว่าระบบการทำงานของตนผ่านการรับรองตามมาตรฐาน ISO นั้น ISO นี้ ดังนั้น เราต้องย้อนมาดูว่า ถ้าเราอยากเป็นมืออาชีพ เราจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร มีแนวทางและวิธีการอย่างไรที่จะทำให้เราเป็นมืออาชีพได้

การศึกษาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศเพื่อนบ้าน#บทความ

ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า โรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่สะอาด เป็นพลังงานหมุนเวียนมีใช้ไม่รู้จบ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาและก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศไทยก็ยังคงเป็นเรื่องยาก เพราะยังคงถูกต่อต้านจากคนบางกลุ่ม รวมทั้งประเทศไทยมีแหล่งที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่จำกัด มีปัญหาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ประเทศไทยได้ขยายตัวทางเศรษฐกิจและมีความเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงก็เกิดปัญหาด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้าในอนาคต เนื่องจากแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยมีจำกัด การพึ่งพาแหล่งก๊าซธรรมชาติจากพม่าก็มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น การจะผลิตพลังงานไฟฟ้าจากถ่านหิน ก็ถูกต่อต้านในด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการจัดหาแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย

การบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยให้เพียงพอและยั่งยืน #บทความ



         ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่มีความสมบูรณ์ด้านทรัพยากรน้ำและดินน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน กล่าวคือ มีปริมาณฝนน้อย และพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกมีขนาดเล็กกว่าประเทศเมียนมาร์ และเวียดนาม เกษตรกรถือครองที่ดินจำกัด ทำให้มีการแย่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก การใช้น้ำปริมาณมากในการเพาะปลูก ผลผลิตต่ำ ต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสูง การที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมชั้นนำของอาเซียน รัฐบาลต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ดิน และการเกษตร แบบครบวงจร เป็นการบริหารจัดการร่วมกันแบบบูรณาการทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการเกษตร และส่งเสริมการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตรในเชิงพาณิชย์”

อ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร #บทความ

กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมในการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงขึ้นที่ตำบลเกาะจันทร์ อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี มาตั้งแต่ปี 2508-2509 และได้วางแผนที่เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2514 แต่ในปี 2515 กลับต้องชะลอโครงการไว้ก่อนเนื่องจากต้องศึกษาด้านวิศวกรรมและศึกษาความเหมาะสมโครงการเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามหลังจากที่ชะลอโครงการออกไป ปรากฏว่ามีการร้องขอจากราษฎรในพื้นที่ ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนอันเนื่องจากการขาดแคลนน้ำและเกิดอุทกภัยขึ้นบ่อยครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทราบและได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับงานชลประทานในจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2525 โดยในครั้งนั้นได้ทรงพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงไว้ด้วย

อ่างเก็บน้ำแม่ตีบ (วังแดง) ความหวังของชาว ต.แม่ตีบ #บทความ

กรมชลประทานดำเนินการสำรวจ-ออกแบบและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตีบ (วังแดง) แล้วเสร็จใน ปี 2553 ได้ดำเนินการออกแบบโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตีบ สรุปลักษณะสำคัญของโครงการ ได้ดังนี้ อ่างเก็บน้ำแม่ตีบ ตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 5 บ้านวังตม ตำบลจางเหนือ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ห่างจากอำเภอราว 33 กิโลเมตร ที่ตั้งเขื่อนครอบคลุมพื้นที่รับน้ำฝน 179 ตารางกิโลเมตร มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละ 50.06 ล้าน ลบ.ม. ระดับเก็บกักปกติ 318.0 ม.รทก. มีปริมาตรเก็บกัก 28.5 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ผิวอ่างเก็บน้ำ 1,847 ไร่ เขื่อนเป็นประเภทเขื่อนดิน มีระดับสันเขื่อน 322.0 ม.รทก. ความยาวสันเขื่อน 300 เมตร ความสูง 39.0 เมตร ทำนบดินปิดช่องเขาต่ำสูง 2 เมตร ความยาว 300 เมตร   

สิ่งที่เรียนรู้และบทเรียนจาก..เขื่อนรัชชประภา #บทความ

เขื่อนรัชชประภา เดิมชื่อเขื่อนเชี่ยวหลาน ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นโครงการ พัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนรัชชประภา เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ ใช้ประโยชน์ทั้งด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า การเกษตร น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และบรรเทาอุทกภัย การประมง การท่องเที่ยวและการผลักดันน้ำเค็ม

          ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2515 กรมชลประทานได้ศึกษาสำรวจลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง ร่วมกับบริษัทที่ปรึกษา ELC ประเทศอิตาลี กำหนดการศึกษาเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การจัดทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง (Comprehensive Study of the Ta Pi-Phum Duang river basin development, which included the Feasibility Study of a hydro plant on Khlong Saeng, RID-ELC, December 1973) ได้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2515 ระยะที่ 2 งานศึกษาความเหมาะสมโครงการคลองแสงแล้วเสร็จในปลายปี พ.ศ. 2516

การแก้ปัญหาภัยแล้งไม่ใช่เฉพาะจัดการน้ำอย่างเดียว #บทความ

     ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งหลายครั้ง นับตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2510 พ.ศ. 2511 พ.ศ. 2515 พ.ศ. 2520 และ พ.ศ. 2522 ภัยแล้งครั้งที่รุนแรงที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2522 เกิดจากฝนทิ้งช่วงกลางฤดูฝนยาวนานกว่าปกติตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ปริมาณฝนรายปีต่ำกว่าค่าปกติในทุกภาค บริเวณที่ได้รับผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง คือ ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางทั้งหมด ด้านเหนือและด้านตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทางตอนบนของภาคใต้ฝั่งตะวันออก ทำให้เกิดความเสียหายและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ซึ่งต้องอาศัยผลผลิตทางการเกษตรเป็นวัตถุดิบ รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนเพราะขาดน้ำกินน้ำใช้และกระแสไฟฟ้า พืชผลที่ทำการเพาะปลูกไปแล้วได้รับความเสียหายมากมาย

โครงการโขง-เลย-ชี-มูล แบบแรงโน้มถ่วงและระบบสูบน้ำ #บทความ

    ประเทศไทยสนใจที่จะใช้ประโยชน์แม่น้ำโขงมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2496 โดยจัดตั้งสำนักงานพลังงานแห่งชาติ รับผิดชอบ สำรวจ เก็บและรวบรวมข้อมูลอุตุ-อุทกวิทยาตามลำน้ำโขงและสาขา ซึ่งครอบคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด ต่อมาในปี พ.ศ.2500 จัดตั้งสำนักงานสำรวจและพัฒนาแม่น้ำโขงตอนล่าง (Mekong Secretariat) ในปี พ.ศ.2506 สหรัฐอเมริกาได้ส่งเจ้าหน้าที่มาประจำในประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานพลังงานแห่งชาติ เพื่อสำรวจและจัดทำรายงานความเหมาะสมโครงการผามอง  แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.2513 ช่วงเวลานั้นมีความขัดแย้งและเกิดสงครามลัทธิในภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตอนล่าง

เขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์คุณค่ามหาศาลต่อเศรษฐกิจไทย #บทความ

     

   นับว่าเป็นโชคดีของประเทศไทย ที่ผู้บริหารประเทศไทยในอดีตได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาโครงการอเนกประสงค์เพื่อการใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆ ทั้งการเกษตร อุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ คมนาคมทางน้ำ การบรรเทาอุทกภัย และรักษาระบบนิเวศ ทำให้ประเทศไทยได้มีการพัฒนาเขื่อนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ คือ เขื่อนภูมิพลปิดกั้นแม่น้ำปิง เขื่อนสิริกิติ์ปิดกั้นแม่น้ำน่าน และเขื่อนเจ้าพระยาปิดกั้นแม่น้ำเจ้าพระยา ทำหน้าที่ยกระดับน้ำ เพื่อรับน้ำที่ระบายจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์แจกจ่ายไปยังพื้นที่เพาะปลูกในโครงการเจ้าพระยา และไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ทำให้เกิดประโยชน์มหาศาลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในเวลาต่อมา โดยมีลักษณะสำคัญของเขื่อนทั้งสามแห่ง 

วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560

การศึกษาระดับควบคุม (Rule Curve) เพื่อเพิ่มพลังงานไฟฟ้า โครงการไฟฟ้าพลังน้ำแก่งเสือเต้น สปป.ลาว #บทความ

       น้ำเทิน เป็นแม่น้ำสายสำคัญสาขาแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ในตอนกลางของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) มีพื้นที่รับน้ำฝน 14,650 ตร.กม. ในลำน้ำเทิน มีการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ แสดงในรูปที่ 1 สรุปได้ดังนี้
          โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำเทิน 2 ตั้งอยู่ตอนบนของลำน้ำเทิน ในแขวงคำม่วน ครอบคลุมพื้นที่ 4,039 ตร.กม. ผันน้ำลงไปยังโรงไฟฟ้าลำน้ำเซบังไฟ มีกำลังผลิตติดตั้ง 1,070 เมกะวัตต์
          โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบุน เป็นโครงการ run-of-river ก่อสร้างฝายปิดลำน้ำเทินท้ายน้ำเขื่อนน้ำเทิน 2 ครอบคลุมพื้นที่รับน้ำฝน 8,916 ตร.กม. ผันน้ำจากน้ำเทินไปยังโรงไฟฟ้าที่น้ำไฮ สาขาน้ำหินบุนมีกำลังผลิตติดตั้ง 220 เมกะวัตต์
          โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบุน ส่วนขยาย เป็นการก่อสร้างเขื่อนยวงสูง 65 เมตร บนแม่น้ำยวงสาขาน้ำเทิน กำลังผลิตติดตั้ง 60 เมกะวัตต์ เพื่อเก็บกักน้ำในฤดูฝนและระบายน้ำในฤดูแล้งให้โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบุน ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เพิ่มมากขึ้น โดยเพิ่มกำลังผลิตติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบุน จาก 220 เมกะวัตต์ เป็น 440 เมกะวัตต์  
 อ่านต่อได้ที่นี่ 

การศึกษาแผนระบายน้ำโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำหินบุน สปป.ลาว #บทความ

     น้ำหินบุน เป็นสาขาแม่น้ำโขง มีพื้นที่ลุ่มน้ำ 2,529 ตร.กม. อยู่ในแขวงคำม่วน ตอนกลางของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ติดกับลุ่มน้ำเทิน ซึ่งเป็นลุ่มน้ำขนาดใหญ่และมีการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบุนแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2541 เพื่อผันน้ำจากน้ำเทิน มาผลิตพลังงานไฟฟ้า โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำหินบุน ที่ตั้งอยู่บนลำน้ำไฮ สาขาน้ำหินบุน โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบุน ได้ก่อสร้างขยายโครงการ โดยการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำบนน้ำยวงสาขาน้ำเทิน เพื่อระบายน้ำฤดูแล้งมาผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบุน โดยเพิ่มกำลังผลิตติดตั้งจาก 220 เมกะวัตต์ เป็น 440 เมกะวัตต์ แล้วเสร็จในต้นปี พ.ศ. 2556 ปริมาณน้ำระบายจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเทิน-หินบุน เพิ่มปริมาณน้ำในลำน้ำหินบุนเป็นปริมาณมากในแต่ละปี ทำให้มีความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำแบบ Run-of-river บนลำน้ำหินบุน  อ่านต่อได้ที่นี่ 

การศึกษาวางแผนการบริหารจัดการน้ำโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขาแหลมตอนล่าง #บทความ


     
     แม่น้ำแควน้อย เป็นลำน้ำสาขาที่สำคัญของแม่น้ำแม่กลอง มีทิศทางการไหลจากทิศเหนือลงทิศใต้ แม่น้ำแควน้อยมีความยาวลำน้ำประมาณ 318 กิโลเมตร มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบริเวณตำบลไลโว่ อำเภอสังขละบุรี ไหลผ่านตำบลหนองลูลงสู่เขื่อนวชิราลงกรณ มีความลาดชันลำน้ำเฉลี่ย 1:70 ทางด้านท้ายของอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณไหลผ่านอำเภอทองผาภูมิ อำเภอไทรโยค อำเภอด่านมะขามเตี้ย และอำเภอเมืองกาญจนบุรี โดยไหลมาบรรจบกับแม่น้ำแควใหญ่ที่ตำบลปากแพรก มีความลาดชันลำน้ำเฉลี่ย 1:3,800 ในปัจจุบันมีเขื่อนวชิราลงกรณ หรือเดิมชื่อเขื่อนเขาแหลม ลักษณะเป็นเขื่อนหินดินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีต ปิดกั้นแม่น้ำแควน้อย ที่ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี การก่อสร้างเขื่อนวชิราลงกรณก่อให้เกิดประโยชน์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า การเกษตรในพื้นที่ชลประทานแม่กลอง น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การบรรเทาน้ำท่วม เป็นต้น เพื่อให้การใช้น้ำที่ระบายจากเขื่อนวชิราลงกรณมีการนำมาใช้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจึงวางแผนศึกษาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขาแหลมตอนล่าง ซึ่งพื้นที่โครงการตั้งอยู่อำเภอทองผาภูมิ ท้ายเขื่อนวชิราลงกรณประมาณ 22.5 กิโลเมตร เพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำในการผลิตกระแสไฟฟ้าแบบ Run-of-river ซึ่งเป็นการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งนี้การมีอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณควบคุมเก็บกักน้ำ ทำให้เป็นประโยชน์ต่อการผลิตพลังงานไฟฟ้าของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขาแหลมตอนล่างมากยิ่งขึ้น

วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

คลองระบายน้ำหลาก น่าน-ปิง-เจ้าพระยา-แม่กลอง กับการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ปี พ.ศ.2554 #บทความ

ลุ่มน้ำเจ้าพระยาครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางของประเทศไทย ประกอบด้วย พื้นที่ลุ่มน้ำทางตอนบน คือ ลุ่มน้ำปิง วัง ยม และน่าน ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางภาคเหนือลงมาถึงจังหวัดนครสวรรค์ และลุ่มน้ำทางตอนล่าง คือ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (สายหลัก) สะแกกรัง ป่าสัก และท่าจีน ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางเกือบทั้งหมดโดยไหลลงอ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ

ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่ 31 จังหวัด เป็นจังหวัดในภาคเหนือ 14 จังหวัด ได้แก่ พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ ลำปาง แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร พะเยา อุตรดิตถ์ น่าน เพชรบูรณ์ และจังหวัดในภาคกลาง 17 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สระบุรี นครนายก อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม 

ลุ่มน้ำน่าอยู่ #บทความ


          ในอดีตลุ่มน้ำในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นลุ่มน้ำน่าอยู่ จากการพัฒนาของประเทศทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของภูมิประเทศเป็นอย่างมาก เช่น  พื้นที่ป่าไม้ลดลง การขยายเขตเมืองเพิ่ม มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน พื้นดินที่เคยซึมซับและรองรับน้ำลดลง ยังผลให้น้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่ไหลบ่าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจมากขึ้นทำให้เกิดอุทกภัยที่มีความรุนแรงและเสียหายเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในส่วนของภัยแล้งมีปัญหาการขาดแคลนน้ำที่เกิดขึ้นซ้ำซาก เพราะน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศและการใช้ที่ดินเป็นปัจจัยหนึ่งของสาเหตุภัยแล้ง ปริมาณฝนมีความเปลี่ยนแปลงในแต่ละปีมาก อีกทั้งมีแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ไม่เพียงพอ ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการผลิตในทุกด้าน ทั้งด้านการเกษตร ด้านการอุตสาหกรรม และมีความต้องการน้ำอุปโภคบริโภคเพิ่มมากขึ้นตามการเพิ่มของจำนวนประชากร ทำให้ความต้องการใช้น้ำมีมากขึ้นทุกปี แต่ปริมาณน้ำท่าในแม่น้ำมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากการใช้น้ำที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้วิกฤตภัยแล้งมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น 
อ่านต่อได้ที่นี่ 

จุดเปลี่ยนงานพัฒนาแหล่งน้ำของไทย #บทความ

      นับตั้งแต่ชนชาติไทยได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ในดินแดนที่เป็นประเทศไทยจนถึงปัจจุบันจะเห็นได้ว่าในแต่ละยุคสมัยทุกครั้งที่มีการตั้งถิ่นฐานแห่งใหม่ ก็มักเลือกที่จะอยู่ใกล้แหล่งน้ำ เพื่อให้ได้ใช้น้ำในการเกษตรและคมนาคมเป็นสำคัญ มีการสร้างคันดินและขุดคูน้ำรอบเมือง จุดประสงค์ที่สำคัญนอกจากจะใช้เพื่อป้องกันข้าศึกศัตรูแล้ว ยังใช้เพื่อประโยชน์ในการจัดหาและควบคุมน้ำสำหรับทำการเกษตรกรรมของบ้านเมือง นับตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์

วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

การกำหนดระดับน้ำควบคุม (Rule Curve) กรณีศึกษา อ่างเก็บน้ำโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ Nam Seuang #บทความ

     จากปริมาณน้ำที่มีจำกัดและความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ในขณะที่ปริมาณน้ำเก็บกักในอ่างเก็บน้ำมีความไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำท่าในแต่ละปี ทำให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำแต่ละแห่ง ในบางปีมีน้ำหลากเกิดขึ้นถ้าไม่มีการควบคุมระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำให้เหมาะสมจะทำให้มีการระบายน้ำลงสู่ท้ายน้ำเป็นปริมาณมาก ก่อให้เกิดความเสียหายกับพื้นที่ท้ายน้ำ ในปีที่มีปริมาณน้ำน้อย ถ้าไม่มีการบริหารจัดการน้ำที่ดี จะทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ในพื้นที่ตอนล่าง จากกรณีต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ต้องศึกษาการกำหนดระดับน้ำควบคุมที่เหมาะสมของอ่างเก็บน้ำแต่ละแห่ง เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ 

การแก้ไขปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง และคุณภาพน้ำ แบบบูรณาการ #บทความ


          ประเทศไทยมีพื้นที่รวม  320 ล้านไร่ มีพื้นฐานเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่ในปัจจุบันมีข้อจำกัดในด้านทรัพยากรน้ำและทรัพยากรดิน ดังจะเห็นได้จากมีปริมาณน้ำเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปริมาณน้ำของประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียและของโลก โดยปริมาณน้ำท่าต่อประชากรของประเทศไทยเท่ากับ 3,442 ลบ.ม.ต่อคนต่อปี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชีย 3,680 ลบ.ม.ต่อคนต่อปี และค่าเฉลี่ยของโลก 6,918 ลบ.ม.ต่อคนต่อปี (World Resources Institute, 1998) พืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ ได้แก่ ข้าว มีผลผลิตเฉลี่ยต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ในปัจจุบันประเทศไทยมีการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำและระบบชลประทานขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก โดยมีพื้นที่ชลประทานมากเป็นอันดับ 8 ของโลก แต่ขาดประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์จากโครงการชลประทานดังกล่าว ทั้งนี้เนื่องจากมีการดำเนินการบริหารจัดการแบบแยกส่วน ทั้งในด้าน การจัดการน้ำ การเกษตร การผลิต และการตลาด เป็นสาเหตุทำให้มีต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตในภาคการเกษตรต่ำ  เกิดปัญหาความยากจนของเกษตรกร มีการใช้น้ำมากเกินความจำเป็นทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในอนาคต 
  อ่านต่อได้ที่ 

แนวทางและหลักเกณฑ์ การวางแผนศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ #เอกสารประกอบการบรรยาย

              เอกสารฉบับนี้ เป็นการจัดทำเพื่อให้เป็นการบรรยาย ในหลักสูตรการวางแผนศึกษาความเหมาะสม เป็นการกล่าวถึงการวางแผนศึกษาโครงการ  แนวทาง และหลักเกณฑ์ศึกษาความเหมาะสมโครงการ
            ในปี พ.ศ. 2504 ประเทศไทยได้มีการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 และมีการพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับต่อๆ มา ทำให้มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการขยายตัวทั้งด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว เป็นอันมาก ส่งผลให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลือง ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมตามมา ดังนั้นการวางแผนและศึกษาความเหมาะสมโครงการต่างๆ ในปัจจุบันจึงมีความสลับซับซ้อนและยุ่งยากเพิ่มมากขึ้น โดยการศึกษาดังกล่าวจำเป็นต้องมีการศึกษาวางแผนในการจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน และเกิดประโยชน์สูงสุด เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน เพื่อให้การศึกษาความเหมาะสมโครงการได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวจำเป็นต้องยึดหลักการที่สำคัญ 

เมื่อผมต้องปลูกถั่วงอก # หนังสือธุรกิจ


เมื่อผมต้องปลูกถั่วงอกเล่มนี้ ได้กล่าวถึงองค์ประกอบสำคัญในการทำธุรกิจ เช่น การหาประสบการณ์จากการทำงานเพื่อเลือกธุรกิจ การหาหุ้นส่วนเพื่อทำธุรกิจ การบริหารธุรกิจ การสร้างระบบและวัฒนธรรมองค์กร การสร้างเครือข่ายธุรกิจ และการขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจไม้ยืนต้น เป็นต้น หนังสือเล่มนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยชี้ทางให้ผู้สนใจหรือต้องการเริ่มต้นในการประกอบธุรกิจส่วนตัวเท่านั้น แต่ต้องการให้คนที่ทำงานใน   ธุรกิจต่างๆ เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ได้นำส่วนที่ดีไปพัฒนาตนเองให้เป็นมืออาชีพในการทำงาน เป็นคนมีคุณค่าของบริษัทและเป็นที่ต้องการของเจ้าของธุรกิจ

ประวัติของงานวิศวกรรมไทย #บทความ

           ในการกล่าวถึงประวัติศาสตร์งานวิศวกรรมไทย คงจะต้องย้อนไปถึงสมัยขอม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างที่มีการถ่ายทอดวิทยาการมายังสมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี สมัยรัตนโกสินทร์ จนถึงยุคปัจจุบัน ในสมัยโบราณเริ่มจาก พ.ศ. 1050 เป็นสมัยแรกของศิลปะขอมที่ได้รับอิทธิพลด้านศิลปะต้นแบบจากอินเดียและได้พัฒนามาเป็นรูปแบบของตัวเอง ลักษณะของปราสาทขอม เช่น ปราสาทพิมาย เมืองต่ำ นครวัด เป็นต้น การก่อสร้างฐานรากจะมีการขุดดินลึกลงไปประมาณ 2 เมตร จนถึงดินแข็ง จากนั้นจะทุบหินแข็งมาวางบนพื้นดินแล้วก่ออิฐ เป็น Wall Bearing ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 17 (พ.ศ. 1650-1693) ซึ่งเป็นยุค ที่ขอมมีความเจริญสูงสุด มีการก่อสร้างนครวัดขึ้นในสมัยพระจ้าสุริยวรมันที่ 2 ตลอดจนมีการก่อสร้างโบราณสถานแบบขอมในที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยจะเห็นศิลปะขอมหรือปัจจุบันคือเขมรกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศกัมพูชา อีสานใต้ของประเทศไทย และตอนใต้ของประเทศลาว เป็นต้น
อ่านต่อได้ที่นี่ 

วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

มองกาลเวลาผ่านชีวิต # หนังสือ เล่าประสบการณ์ชีวิต




 หนังสือเล่มนี้ต้องการจุดประกายให้ผู้อ่านได้รู้จักวางแผนศึกษาวิเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในชีวิตของตน กำหนดเป้าหมายในชีวิต รู้จักการให้ทั้งความรู้และการบริจาคในการทำบุญ ฝึกเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ อย่างน้อยก็ต้องต่างให้ต่างตอบแทน การสะสมบุญก็ต้องเป็นผู้ให้ประเภทรู้จักให้ รู้จักลืม รู้จักอภัย ให้แล้วไม่หวังผลตอบแทน นับว่าท่านได้เริ่มสะสมบุญไว้จะได้เฮง และทำให้ท่านได้บรรลุเป้าหมายในอนาคต
สามารถอ่านต่อได้ที่นี่

อย่าให้ลูกปลูกถั่วงอก #หนังสือ จิตวิทยาและการเลี้ยงดู



ถั่วงอกเป็นพืชอายุสั้นมาก เปรียบเหมือนธุรกิจบางประเภทที่มีงานทำ ในระยะเวลาสั้น ซึ่งทำให้เจ้าของธุรกิจหรือผู้ทำงานในธุรกิจประเภทนั้น ต้องหางานเข้ามาในธุรกิจตลอดเวลา มีความเหนื่อยในการหางาน และหาเงิน นอกจากนั้นรายได้ที่เกิดจากธุรกิจก็มีไม่มากนัก เปรียบเหมือนการขายถั่วงอก หรือบางคนได้เลือกทำในธุรกิจที่มีอายุงานยาวมากขึ้นเป็นปี หรือสองปี ก็เหมือนได้ปลูกไม้ล้มลุกที่ยังต้องประสบกับความเหนื่อยหน่ายในการหางาน ตลอดเวลาเหมือนกัน ในขณะที่คนมีความสามารถเท่ากันหรือน้อยกว่า แต่มีโอกาสดีกว่าได้ประกอบในธุรกิจที่มีการลงทุนแล้ว มีรายได้ต่อเนื่อง ในระยะยาว ซึ่งนับว่าเป็นคนที่โชคดี เพราะได้ทำงานในธุรกิจที่เปรียบ เหมือน การปลูกไม้ยืนต้น ทำให้สามารถเก็บดอกผลกิน หรือขายมีรายได้ต่อเนื่อง ในระยะยาว พ่อ แม่ แต่ละคนต่างก็มีความปรารถนาที่จะให้ลูก มีความสุข ประสบความสำเร็จในชีวิต มีหน้าที่การงานที่ดี มีฐานะที่มั่นคง ดังนั้นพ่อแม่ ก็ทำทุกอย่างที่จะให้ลูกไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ซึ่ง      พ่อ แม่ ต่างก็อยากปลูกไม้ยืนต้น หรือการให้ลูกมีโอกาสทำงานในธุรกิจที่มีความมั่นคง ที่ให้รายได้ และผล ตอบแทนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

คุณหญิงโฉมศรีเล่าถึง ม.ล.ชูชาติ กำภู #เรื่องเล่า




           ก่อนอื่น ดิฉันต้องขอแนะนำ ม.ล. ชูชาติ กำภู ที่ดิฉันรู้จักและเรียนรู้มาตลอดชีวิตว่า ม.ล. ชูชาติ เป็นคนละเอียดอ่อน เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยนทั้งจิตใจ วาจาและกายใจ มีความเมตตากรุณา เห็นใจเป็นห่วงและอภัยให้ทุกคนที่ผ่านมาในชีวิตของเธอ แน่ใจว่าเป็นการอบรมที่ดีของคุณแม่ (คุณหญิงผอบ สุรเสนา) ซึ่งรับใช้ใกล้ชิดใต้เบื้องพระยุคลบาทของสมเด็จพระพันปีหลวง

สามารถอ่านต่อได้ที่นี่