“ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม
แต่มีความสมบูรณ์ด้านทรัพยากรน้ำและดินน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน กล่าวคือ
มีปริมาณฝนน้อย และพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกมีขนาดเล็กกว่าประเทศเมียนมาร์
และเวียดนาม เกษตรกรถือครองที่ดินจำกัด ทำให้มีการแย่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก การใช้น้ำปริมาณมากในการเพาะปลูก
ผลผลิตต่ำ ต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสูง
การที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมชั้นนำของอาเซียน รัฐบาลต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ดิน และการเกษตร แบบครบวงจร เป็นการบริหารจัดการร่วมกันแบบบูรณาการทั้งภาครัฐและเอกชน
เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการเกษตร และส่งเสริมการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตรในเชิงพาณิชย์”วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560
การบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยให้เพียงพอและยั่งยืน #บทความ
“ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม
แต่มีความสมบูรณ์ด้านทรัพยากรน้ำและดินน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน กล่าวคือ
มีปริมาณฝนน้อย และพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกมีขนาดเล็กกว่าประเทศเมียนมาร์
และเวียดนาม เกษตรกรถือครองที่ดินจำกัด ทำให้มีการแย่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก การใช้น้ำปริมาณมากในการเพาะปลูก
ผลผลิตต่ำ ต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสูง
การที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมชั้นนำของอาเซียน รัฐบาลต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ดิน และการเกษตร แบบครบวงจร เป็นการบริหารจัดการร่วมกันแบบบูรณาการทั้งภาครัฐและเอกชน
เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการเกษตร และส่งเสริมการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตรในเชิงพาณิชย์”
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ขออณุญาติครับผม...เรื่องปัจจัยการผลิตอีกอย่าครับ ปุ๋ยยาแพงมาก ไม่มีการควบคุมราคาเลย แพงขึ้นทุกปี แต่ขายผลผลิตราคาต่ำเท่าเดิม แถมพ่อค้าคนกลางกินกำไรมากเกิน คือ มีรายได้จากการขายผลผลิต มากกว่าเกษตรกรโดยไม่จำเป็นต้องลงแรง ลงทุน หรือมีที่ดิน รัฐบานไม่มีการทำตลาดอย่างจริงจัง ถึงทำก็ไม่มีการใช้กลไกตลาดที่เป็นธรรม ดูอย่างพวกผลไม่กระป๋องทั้งหลาย ซื้อผลไมสดกิโลกรัมละ 3 บาท ใส่กระป๋องขาย เนื้อเงาะ 1 กิโลกรัม ประมาณ 400 บาท คิดต้นทุนอย่างไรก็ไม่น่าจะแพงขนาดนี้ ถ้าขายราคานี้ ซื้อชาวสวนสัก 40 บาท ก็จะรวยกันทั้งประเทศ..
ตอบลบ